6 วิธีช่วยเพิ่มยอดขายด้วย LMS




ปัจจุบันแทบทุกองค์กรชั้นนำต่างนำ e-Learning เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาบุคลากร เพราะนอกจากจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายแล้วยังช่วยให้การเรียนรู้เข้าถึงผู้เรียนได้อย่างง่ายดายอีกด้วย e-Learning สามารถนำมาประยุกต์ใช้พัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานได้หลากหลายรูปแบบให้เหมาะสมกับแต่ละแผนก ซึ่งวันนี้ฟร็อกจีเนียสขอเจาะวิธีการนำระบบ LMS หรือ e-Learning platform มาใช้กับฝ่ายขายโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขายมานำเสนอ



1. การติดตามยอดขายภายในทีม

เราสามารถใช้ LMS ในการติดตามยอดขายของพนักงานขายแต่ละคนภายในทีมด้วยฟังชั่นก์ Conference โดยหัวหน้าทีมสามารถกระตุ้นลูกทีม แจ้งนโยบาย, แผนการขาย ,เป้าหมายประจำวัน หรือรับฟังปัญหาของลูกทีมและช่วยแก้ไขได้ทันท่วงที

นอกจากนี้หัวหน้าทีมสามารถอัปเดตข้อมูลข่าวสารต่างๆให้ลูกทีม และสามารถติดตามได้ว่าสมาชิกแต่ละคนได้รับข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถเช็คสถานที่การเข้าถึงข้อมูลของลูกทีมเพื่อเก็บประวัติซึ่งเป็นประโยชน์ในการทำงานได้อีกด้วย
 

2. แตกย่อยข้อมูลต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้

ในการประชุมของทีมขายที่มีระยะเวลานานจนเกินไป แทนที่จะส่งผลดีกลับส่งผลเสียต่อยอดขายได้ เนื่องจากทีมขายมีเวลาทำงานที่น้อยลง ทำให้ยอดขายลดลงตามไปด้วย

นอกจากนี้การป้อนข้อมูลต่างๆมากมายในการประชุมที่ยาวนานตลอดวันก็ทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ลดลง จากการศึกษาพบว่าเมื่อเราแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนเล็กๆและค่อยๆป้อนข้อมูลเข้าไป จะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีกว่าการสอนทั้งหมดในเวลาเดียวกัน อีกทั้งพนักงานแต่ละคนก็มีพื้นฐานในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกคนจะสามารถรับข้อมูลต่างๆได้เท่ากันทุกคนภายในการสอนเพียงครั้งเดียว

เราสามารถแยกย่อยหัวข้อการเรียนต่างๆลงในระบบ LMS และกำหนดระยะเวลาในการเรียน กำหนดแบบทดสอบเพื่อเก็บข้อมูลและประเมินผล การฝึก One on One กับพนักงานขายโดยใช้บทบาทสมมุติสถานการณ์จริงในการตอบปัญหาข้อสงสัยของลูกค้า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานขายสามารถเรียนรู้สินค้าหรือบริการได้อย่างเข้าใจและสามารถนำไปใช้กับสถานการณ์จริงได้


3. สามารถอัพเดทข้อมูลต่างได้ทันที

บริษัทสามารถอัพเดทข้อมูลต่างๆให้กับพนักงานขายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอจนถึงวันประชุม เช่น การมีผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับราคา โปรโมชั่นใหม่ๆ ข้อมูลคู่แข่งล่าสุด ฟังก์ชั่นหรือคุณลักษณะพิเศษของสินค้าที่จะสามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้น

ซึ่งการให้ข้อมูลต่างๆได้ทันทีก็จะทำให้พนักงานขายไม่พลาดโอกาสที่จะปิดการขาย นอกจากนี้ยังสามารถอัพโหลดไฟล์ข้อมูล วิดีโอต่างๆให้พนักงานขายใช้นำเสนอกับลูกค้า ทำให้พนักงานขายสามารถนำเสนอข้อมูลต่างๆกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน ช่วยลดภาระการทำงานของพนักงานขายลงอีกด้วย
 

4. สร้างการแข่งขัน

ตามธรรมชาติแล้วมนุษย์ทุกคนมีเลือดของการแข่งขันอยู่ในตัว เราสามารถสร้างสนามแข่งขันจาก LMS ได้โดยการจัดลำดับของพนักงานขายจากการร่วมกิจกรรมต่างๆในระบบการเรียนออนไลน์ , กำหนดให้มีแต้มคะแนนพิเศษจากการลงเรียนวิชาเสริม , จำนวนลูกค้าที่เข้ามาศึกษาบทเรียนออนไลน์ เป็นต้น


5. การเพิ่มทักษะด้านอื่นๆให้กับพนักงานขาย

พนักงานขายสามารถเข้าไปเรียนรู้ทักษะด้านอื่นๆ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น เช่น ทักษะการต่อรอง การเขียนอีเมลล์ ศิลปะการพูดที่สาธารณะ การจัดการบริหารเวลา เป็นต้น

พนักงาน HR สามารถเสริมบทเรียนโดยพนักงานอาวุโสที่มีประสบการณ์การทำงานมายาวนานให้มาสอนพนักงานใหม่ๆ หรือพนักงานที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุดในคอร์สเรียนมาแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน  ซึ่งนอกจากบทเรียนเหล่านี้สามารถสร้างประโยชน์ให้กับตัวพนักงาน ให้เติบโตในสายงานและประสิทธิภาพในการทำงานได้แล้วยังช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กรอีกด้วย
 

6. สอนลูกค้า

การใช้เครื่องมือ LMS ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในบริษัทของคุณเท่านั้น เราสามารถประยุกต์ใช้กับลูกค้าได้เช่นกัน เช่น บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเมล็ดกาแฟและเครื่องดื่มได้จัดอบรมกับลูกค้าในหัวข้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิด เทคนิคการชงกาแฟเพื่อดึงรสชาติที่ดีที่สุด หลังจากลูกค้าได้เรียนรู้แล้วทางบริษัทก็มอบสิทธิพิเศษคือส่วนลดในการซื้อผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าอีกด้วย นอกจากสร้าง Brand loyalty แล้วยังทำให้เกิดยอดขายและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอีกด้วย

 

Reference: https://www.efrontlearning.com/

เรียบเรียงโดย : FrogGenius

ข่าวสารอื่นๆ

6 วิธีช่วยเพิ่มยอดขายด้วย LMS

ปัจจุบันแทบทุกองค์กรชั้นนำต่างนำ e-Learning เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาบุคลากร เพราะนอกจากจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายแล้วยังช่วยให้การเรียนรู้เข้าถึงผู้เรียนได้อย่างง่ายดายอีกด้วย e-Learning สามารถนำมาประยุกต์ใช้พัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานได้หลากหลายรูป