ในยุคที่ความรู้และทักษะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาความสามารถและองค์ความรู้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่อตัวพนักงาน จากการทำการสำรวจ พนักงาน 76% มีแนวโน้มอยู่กับองค์กรที่ให้โอกาสเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และองค์กรที่เสนอโปรแกรมฝึกอบรมที่ครอบคลุมที่ลงทุนใน สามารถสร้างรายได้ต่อพนักงานสูงกว่าถึง 218% และมีอัตรากำไรสูงกว่า 24% เมื่อเทียบกับองค์กรที่ไม่มีโปรแกรมฝึกอบรม ดังนั้น In house training จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาคนเก่งและสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ
ในยุคที่ความรู้และทักษะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาความสามารถและองค์ความรู้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่อตัวพนักงาน จากการทำการสำรวจ พนักงาน 76% มีแนวโน้มอยู่กับองค์กรที่ให้โอกาสเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และองค์กรที่เสนอโปรแกรมฝึกอบรมที่ครอบคลุมที่ลงทุนใน สามารถสร้างรายได้ต่อพนักงานสูงกว่าถึง 218% และมีอัตรากำไรสูงกว่า 24% เมื่อเทียบกับองค์กรที่ไม่มีโปรแกรมฝึกอบรม ดังนั้น In house training จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาคนเก่งและสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ
In house training คือ การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรที่จัดขึ้นภายในองค์กร โดยออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กร และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ซึ่งแตกต่างจากการส่งพนักงานไปอบรมภายนอกที่มีเนื้อหาทั่วไป
|
ด้าน |
In house training |
Public training |
|
เนื้อหา |
ปรับแต่งเฉพาะองค์กร |
เนื้อหาทั่วไป |
|
ความยืดหยุ่น |
กำหนดเวลาและสถานที่ได้ |
ตามตารางผู้จัด |
|
ต้นทุนต่อหัว |
ต่ำกว่าเมื่ออบรมจำนวนมาก |
สูงกว่าต่อคน |
|
การประยุกต์ใช้ |
ตรงกับงานจริงทันที |
ต้องปรับประยุกต์เอง |
|
การสร้างทีม |
เสริมความสัมพันธ์ในทีม |
เครือข่ายภายนอก |
การเลือกรูปแบบการฝึกอบรมที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายและบริบทขององค์กร แต่สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว In house training มักเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า
ความยั่งยืนขององค์กร (Organizational Sustainability) ไม่ได้หมายถึงแค่ผลกำไร แต่รวมถึงความสามารถในการรักษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ In house training มีบทบาทสำคัญใน 3 มิติหลัก:

Gen Z ซึ่งกำลังกลายเป็นกำลังสำคัญในตลาดแรงงาน มีถึง 76% ที่เชื่อว่าการเรียนรู้คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในอาชีพ องค์กรที่ตอบสนองความต้องการนี้ย่อมได้เปรียบในการดึงดูดและรักษาคนรุ่นใหม่
ข้อมูลสำคัญ: บริษัทที่มีโปรแกรมฝึกอบรมพนักงานสามารถสร้างรายได้ต่อพนักงานสูงกว่า 218% และมีอัตรากำไรสูงกว่า 24% — ที่มา: Forbes
ต้นทุนการสูญเสียพนักงานหนึ่งคนอาจสูงถึง 50-200% ของเงินเดือนประจำปี เมื่อรวมค่าสรรหา ค่าฝึกอบรมคนใหม่ และ Productivity ที่หายไป การลงทุนใน In house training จึงเป็นการป้องกันต้นทุนที่มองไม่เห็นเหล่านี้
อ้างอิง: ตามรายงานจาก SHRM พบว่าพนักงานมีแนวโน้มอยู่กับองค์กรที่ให้โอกาสเรียนรู้อย่างต่อเนื่องสูงถึง 76%
สิ่งนี้สอดคล้องกับ LinkedIn Workplace Learning Report ที่ระบุว่า Employee engagement (72%) และ Retention (64%) เป็นวิธีที่องค์กรใช้วัดผลกระทบของการพัฒนาอาชีพมากที่สุด
In house training ที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกระดับในองค์กร:

วิธีทำให้ In house training ประสบความสำเร็จ มีดังนี้:
องค์กรที่สามารถวัดผล ROI ของ In house training ได้ชัดเจนจะมีความได้เปรียบในการขอสนับสนุนงบประมาณและปรับปรุงโปรแกรมให้ดียิ่งขึ้น
Learning Management System (LMS) หรือระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ คือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง จัดการ ติดตาม และวัดผลการฝึกอบรมได้อย่างครบวงจร
ประโยชน์หลักของ LMS ต่อ In house training:
จากประสบการณ์: องค์กรที่ใช้ LMS สามารถลดเวลาในการทำให้พนักงานใหม่พร้อมทำงานได้ (Time-to-Proficiency) ลง 40-60% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจและประสิทธิภาพการทำงาน — ที่มา: Acadle
40% ของบริษัท Fortune 500 ใช้ระบบ LMS อย่างกว้างขวางเพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า LMS ไม่ใช่แค่ "nice to have" แต่เป็น "must have" สำหรับองค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน
In house training ไม่ใช่แค่กิจกรรม HR แต่ส่งผลโดยตรงต่อความยั่งยืนขององค์กร ตั้งแต่การเพิ่มรายได้ต่อพนักงาน ไปจนถึงการรักษาพนักงานคนเก่งได้ดีขึ้น
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาวิธียกระดับ In house training ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพิจารณาระบบ LMS ที่เหมาะสมกับบริบทและความต้องการเฉพาะของธุรกิจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี FROG GENIUS เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Educational Solution ที่ออกแบบและพัฒนา Learning Management System แบบครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อช่วยคุณออกแบบระบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่
A: In house training คือการฝึกอบรมที่จัดขึ้นภายในองค์กร ออกแบบเนื้อหาเฉพาะตามความต้องการของธุรกิจ ในขณะที่ Public training คือการส่งพนักงานไปอบรมกับผู้จัดภายนอกที่มีเนื้อหาทั่วไป In house training มีข้อดีในเรื่องความเกี่ยวข้องกับงานจริงและต้นทุนต่อหัวที่ต่ำกว่าเมื่ออบรมจำนวนมาก
A: จำเป็นครับ แม้องค์กรขนาดเล็กอาจไม่มีทรัพยากรมากเท่าองค์กรใหญ่ แต่การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ระบบ LMS รุ่นใหม่หลายตัวมีราคาที่เข้าถึงได้และปรับขนาดตามการเติบโตขององค์กร
A: ระบบ LMS ช่วยให้พนักงานเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ติดตามความคืบหน้าแบบ Real-time สร้าง Personalized Learning Path และวัด ROI ได้ชัดเจน สถิติระบุว่าองค์กรที่ใช้ LMS สามารถลด Time-to-Proficiency ได้ 40-60%
A: สูตรพื้นฐานคือ Training ROI = (ผลประโยชน์ที่ได้ - ต้นทุนการลงทุน) / ต้นทุนการลงทุน x 100 ตัวชี้วัดที่นิยมใช้ ได้แก่ Employee engagement, Retention rate, Productivity improvement และ Business impact ปัจจุบันมีเพียง 56% ขององค์กรที่สามารถวัดผลกระทบทางธุรกิจได้
ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใน LMS การเปลี่ยนผู้ให้บริการ หรือการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การทบทวนสม่ำเสมอช่วยให้มั่นใจว่า Privacy Policy สอดคล้องกับการดำเนินงานจริงและกฎหมายปัจจุบัน