Cloud-Based LMS Vs. Open-Source LMS




Cloud-Based LMS Vs. Open-Source LMS 

ข้อเปรียบเทียบระหว่างระบบ LMS บน Cloud และ Open-Source 

หลายๆคนสงสัยว่าระบบ LMS ที่อยู่บน Cloud และ Open-Source มีความแตกต่างกันอย่างไรและแบบใดจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการ ในบทความนี้จะมาเปรียบเทียบทั้งสองระบบเพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น  

-----------

ประโยชน์ของ Cloud-Based LMS 

หากคุณเลือกใช้ Cloud-Based LMS ข้อดีคือคุณไม่จำเป็นต้องติดตั้งหรือวางระบบเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับและสามารถใช้งานได้เร็วกว่า ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานจึงเหมาะกับระบบนี้เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก ต้นทุนของ Cloud-Based LMS นั้นต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับ LMS ที่ต้องติดตั้งระบบเซิร์ฟเวอร์ อีกทั้งปัจจุบันยังมีบริการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและบริการด้าน IT Support จากผู้ให้บริการ โดยสามารถอัพเกรดฟังก์ชั่นต่างๆเพิ่มเติมในอนาคตได้อย่างง่ายดาย  

Cloud-Based LMS ถือว่าใช้งานง่ายและยังช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความวุ่นวายทางไอที นอกจากนี้การอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นไปโดยอัตโนมัติ และนอกจากนี้ยังเหมาะกับการใช้งานผ่านมือถือเนื่องจากได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสม  

ดังนั้น Cloud-Based LMS เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการติดตั้งและผู้ที่ไม่ต้องการจัดการระบบไอทีเอง กรณีที่ไม่มีความรู้ด้านไอทีจึงควรเลือกใช้ระบบนี้ เพราะผู้ให้บริการทั่วไปมักจะมีบริการ IT Support โดยทีมผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและความปลอดภัยของข้อมูล มีความยืดหยุ่นในการรองรับจำนวนสมาชิกที่รับชมพร้อมกัน มีค่าใช้จ่ายตามจริงและผู้ให้บริการส่วนใหญ่มีบริการให้ทดลองใช้ระบบได้ฟรีดังนั้นคุณสามารถทดลองใช้ว่าระบบของแต่ละบริษัทมีฟังก์ชั่นที่ครอบคลุมความต้องการทางธุรกิจของคุณได้หรือไม่ 

-----------

ประโยชน์ของ Open-Source LMS 

ในทางกลับกันนั้น Open-Source LMS ต้องการการติดตั้งและตั้งค่า แต่หนึ่งในข้อดีหลักของ Open-Source LMS คือสามารถใช้ระบบได้ฟรีและสามารถอัพเกรดบางฟังก์ชั่นได้ฟรี จึงมีต้นทุนเพียงแค่การติดตั้ง ดังนั้น Open-Source LMS เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก โดยจะต้องมีติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท หากคุณมีความต้องการที่จะใช้งานฟังก์ชั่นที่พิเศษแตกต่างจากระบบที่มีจึงจำเป็นต้องจัดทำระบบเพิ่มเติมขึ้นเอง สำหรับการอัพเกรดเวอร์ชั่นผู้ใช้งานจะต้องเข้าไปอัพเกรด ด้วยตนเอง ดังนั้น Open-Source LMS จึงเหมาะกับผู้ที่มีความรู้ทางด้านไอทีหรือบริษัทที่มีแผนกไอทีคอยดูแลใช้ เนื่องจาก  Open-Source LMS เปิดให้งานฟรีจึงมักจะให้ฟังก์ชั่นและการใช้งานที่จำกัดและกรณีที่มีจำนวนสมาชิกที่ใช้งานเพิ่มขึ้นอาจจะต้องเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ในการรองรับในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบัน Open-Source LMS ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสามารถใช้งานได้ดีสำหรับองค์กรหรือธุรกิจที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก 

----------------------------------------------------------------

อ้างอิงจาก https://elearningindustry.com 

เรียบเรียงโดย FrogGenius.com 

 

ข่าวสารอื่นๆ

Cloud-Based LMS Vs. Open-Source LMS

หลายๆคนสงสัยว่าระบบ LMS ที่อยู่บน Cloud และ Open-Source มีความแตกต่างกันอย่างไรและแบบใดจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการ ในบทความนี้จะมาเปรียบเทียบทั้งสองระบบเพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น

2 ขั้นตอนในการวัดผล e⁃Learning อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการประเมินผลการลงทุนสร้างระบบ e-Learning เพื่อพัฒนาองค์กร มักเป็นปัญหาที่หลายๆคนปวดหัว เพราะการประเมินผลจากระบบการเรียนออนไลน์ของพนักงานไม่สามารถนำมาวัดผลเป็นตัวเลขยอดขายที่เติบโตขึ้นได้อย่างชัดเจน